หลังจากรู้ผลการเลือกตั้งกรุงเทพฯ วันนี้ หลายคนก็น่าจะโล่งใจกันไปเปราะหนึ่ง เพราะนอกจากจะได้ผู้ว่าฯ ที่จะมาทำงานต่อแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นคือ “ความต่อเนื่องของโครงการใหญ่ๆ” ที่เราลุ้นกันมานานครับ ผมมองว่าการที่ 5 โครงการนี้ได้ไปต่อ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการก่อสร้างให้เสร็จๆ ไป แต่มันคือการ “จูน” กรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้นจริงๆ
ลองมาไล่เรียงกันดูว่าแต่ละอันน่าตื่นเต้นยังไง ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ วิศวกรรม และประโยชน์ที่พวกเราจะได้ใช้กันครับ
1. สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา (ย่านทรงวาด)
อันนี้ผมตื่นเต้นสุดครับ เพราะทรงวาดเป็นย่านที่มีเสน่ห์มาก พอมีสะพานคนเดินเชื่อมข้ามฝั่งได้ มันจะไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน แต่มันจะกลายเป็น “จุดเช็คอิน” ใหม่ของกรุงเทพระดับโลกเลยครับ วิศวกรต้องทำการบ้านหนักเรื่องการออกแบบให้เข้ากับตึกเก่า แต่ในแง่ธุรกิจร้านค้าแถวนั้นรับทรัพย์แน่นอน คนเดินเยอะขึ้น เสน่ห์ของย่านนี้ก็จะยิ่งชัดขึ้นครับ
2. พัฒนาพื้นที่ย่านสนามศุภชลาศัย-นิมิบุตร
โครงการนี้คือการ “คืนชีวิต” ให้ใจกลางเมืองครับ การร่วมมือกับจุฬาฯ ทำให้พื้นที่ตรงนี้มีความทันสมัยขึ้นมาก จากเดิมที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นแค่สนามแข่งกีฬา ต่อไปมันจะเป็น Sport Hub ที่รวมกิจกรรมทุกอย่างไว้ด้วยกัน เมืองจะคึกคักขึ้นมาก และธุรกิจรอบๆ สนามกีฬาจะได้รับอานิสงส์เต็มๆ ครับ
3. ศูนย์คนเมืองฝั่งธนฯ (ศูนย์ราชการใหม่)
อันนี้คือข่าวดีสำหรับคนฝั่งธนฯ เลยครับ ต่อไปไม่ต้องเดินทางข้ามฝั่งมาติดแหง็กในเมืองเพื่อทำเรื่องราชการแล้ว ประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทางได้เยอะเลย ตัวอาคารเองก็ออกแบบมาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย เป็นการกระจายความเจริญออกไปนอกเขตเมืองชั้นในได้ดีมากครับ
4. พิพิธภัณฑ์เมือง (ศาลาว่าการฯ เสาชิงช้า)
การปรับโฉมศาลาว่าการเดิมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมครับ เพราะย่านเสาชิงช้ามีประวัติศาสตร์ลึกมาก พอคนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ก็ได้เดินกินเที่ยวรอบๆ กระตุ้นเศรษฐกิจในย่านเมืองเก่าให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกเยอะเลยครับ
5. พื้นที่สาธารณะริมน้ำ (ฝั่งบางพลัด)
กทม. ต้องการพื้นที่สีเขียวเพิ่มอยู่แล้วครับ การทำทางเดินริมน้ำฝั่งบางพลัด นอกจากจะช่วยกันตลิ่งพังแล้ว ยังเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจของคนในพื้นที่ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นชัดเจน พื้นที่ไหนมีสวนหรือที่เดินเล่นดีๆ มูลค่าแถวนั้นก็จะขยับขึ้นและน่าอยู่ขึ้นเยอะครับ
การที่ 5 โครงการนี้เดินหน้าต่อได้ มันคือสัญญาณว่า กทม. กำลังเลือกทางเดินที่เป็น “เมืองที่คนเดินได้และเชื่อมต่อถึงกัน” ครับ พอรัฐลงทุนสร้างพื้นฐานที่ดี เอกชนก็กล้ามาลงทุนต่อ เศรษฐกิจในเมืองเราก็จะขยับไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=997451453163872&set=pcb.997452406497110&locale=th_TH