หลักการของ Base plate connection vs. End plate connection
ในโพสต์นี้ จะนำเสนอถึง ความใกล้เคียงกัน ในการพิจารณา Base plate connection และ End plate connection นะครับ ว่ามันหลักการที่ใกล้เคียงกัน คืออะไร หลังจากที่ได้ปูพื้นถึง
ในโพสต์นี้ จะนำเสนอถึง ความใกล้เคียงกัน ในการพิจารณา Base plate connection และ End plate connection นะครับ ว่ามันหลักการที่ใกล้เคียงกัน คืออะไร หลังจากที่ได้ปูพื้นถึง
สำหรับเรื่องของ end-plate moment connection นี้ หลายท่านที่เคยทำงานออกแบบอาคารโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ที่เป็น low-rise buildings น่าจะคุ้นเคยกันดีกับจุดต่อ (connection) รูปแบบนี้นะครับ ซึ่งจะอยู่ใน AISC Design
สำหรับเนื้อหาในโพสต์นี้ จะคุยกันเรื่อง การออกแบบรอยต่องานเชื่อม หรือจริงๆ ก็คือ การคำนวณกำลังรับน้ำหนักของ groove weld หรือการเชื่อมแบบบากร่อง กันหน่อยนะครับ ซึ่งจริงๆ บางท่านที่คุ้นเคยกับ การออกแบบรอยต่องานเชื่อม แบบนี้อยู่แล้ว และอาจจะบอกว่า
สำหรับ connection รูปแบบนี้ ก็จะมีลักษณะที่เป็นการต่อคานกับคานเข้าด้วยกัน หรือหลายคนอาจเรียกว่า ” การต่อคานเหล็ก ” นะครับ ซึ่งการที่เราต้องทำการต่อคานนั้น อาจมีสาเหตุมาจากการที่ member มีความยาวมากจนเกินไปทำให้ไม่สามารถขนส่งได้ จึงต้องทำการตัด member
การออกแบบ จุดเชื่อมต่อโครงสร้างเหล็ก รับแรงเฉือน หรือ shear connection และ จุดเชื่อมต่อโครงสร้างเหล็ก รับโมเมนต์ หรือ moment connection นั้น เป็นพื้นฐานสำคัญในการออกแบบระบบโครงสร้างเหล็กให้สมบูรณ์ หลักในการออกแบบนั้นไม่ยากครับ
โดยปกติแล้วเวลาที่เราออกแบบโครงสร้างอาคาร เราอาจจะละเลยการออกแบบ Column Base Plate เนื่องจาก ในหลายๆครั้งเราก็จะมีความหนาของตัว base plate ในใจแบบยืนพื้นอยู่แล้ว ว่าจะใช้ความหนาประมาณ 1 นิ้ว หรือ 20
อย่างที่หลายๆ ท่านพอจะทราบกันดีว่าในการออกแบบส่วนเชื่อมต่อระหว่างส่วนโคนของเสาโครงสร้างและตอม่อสำหรับอาคารโรงงานหรือโกดังเก็บสินค้า นอกจากการที่เราจะต้องออกแบบ base plate เพื่อรับแรงกดและโมเมนต์แล้ว ในบางกรณีเราจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงแรงถอน ที่กระทำกับ anchorage อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายๆอย่าง อาทิเช่น แรงลม ที่อาจก่อให้เกิดแรงดูดที่หลังคาของอาคาร หรือแรงผลักที่ทำให้เกิดการพลิกคว่ำ หรือ
ต่อเนื่องจากโพสต์ก่อนหน้านี้ ที่เป็นเรื่องของ การออกแบบ base plate (แผ่นเหล็กรองใต้เสา) ที่ต้องรับ moment ขนาดใหญ่ หรือ large moment นะครับ การพิจารณาดังกล่าวนั้นจะมีความซับซ้อนที่ค่อนข้างมากหน่อย เนื่องจากเราสามารถโมเมนต์ที่เกิดขึ้นมีขนาดใหญ่
การออกแบบ base plate (แผ่นเหล็กรองใต้เสา) ตามทฤษฎีแล้วจะแบ่งการพิจารณาไว้ค่อนข้างหลายกรณีครับ เช่น รับแรงในแนวแกนอย่างเดียว ต้องรับทั้งแรงในแนวแกนและโมเมนต์ ซึ่งจะแบ่งเป็น (i.) small moment (ii.) large moment
สำหรับท่านที่ทำงานออกแบบอาคารเตี้ย low-rise building ที่มีลักษณะการใช้งานเป็นโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า หรือที่เราคุ้นเคยกับชื่อ PEB แล้ว ก็คงจะคุ้นเคยกับ จุดเชื่อมต่อโครงสร้างเหล็ก (connection) ประเภทนี้ครับ และหากจำกันได้ โพสต์เมื่อนานมาแล้ว เคยนำเสนอเรื่องนี้ไปแล้วในบางส่วน แต่จะเป็นเนื้อหาที่อ้างอิงจาก
You need to login to access this content.