อภิมหา Mega Project Bangkok Mall บนพื้นที่ 1.2 ล้าน ตร.ม.
หากจะพูดถึงโครงการที่เป็นที่สุดของ “ความมหึมา” ในวงการก่อสร้างไทยยุคนี้ คงหนีไม่พ้น Bangkok Mall บริเวณแยกบางนา-ตราด ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท และพื้นที่ใช้สอยรวม (GFA) กว่า 1,200,000 ตารางเมตร โครงการนี้คือสนามประลองฝีมือของยักษ์ใหญ่ผู้รับเหมาอย่าง Italian-Thai และ Sino-Thai ภายใต้การออกแบบของ Design 103 International
1.การบริหารจัดการพื้นที่และวิศวกรรมฐานราก (Basement & Earthwork)
โครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดิน 100 ไร่ ซึ่งมีความท้าทายสูงสุดในงานช่วงต้น (Substructure):
- งานฐานรากและชั้นใต้ดิน: รับผิดชอบโดย อิตาเลียนไทย (ITD) การขุดดินเพื่อทำชั้นใต้ดิน 3 ชั้นในพื้นที่ขนาดใหญ่ใจกลางจุดตัดถนนสำคัญ ต้องใช้ระบบ Diaphragm Wall ที่มีความยาวต่อเนื่องมหาศาล เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของดินและรักษาเสถียรภาพของถนนสุขุมวิทและบางนา-ตราด
- Mass Concrete Pouring: การเทคอนกรีตฐานราก (Mat Foundation) สำหรับอาคาร Bangkok Arena และหอคอยสำนักงาน 37 ชั้น ต้องมีการวางแผน Logistics อย่างเป็นระบบเพื่อระบายรถโม่คอนกรีตไม่ให้กระทบการจราจรที่หนาแน่นที่สุดจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ
2. วิศวกรรมโครงสร้างอาคารอเนกประสงค์ (Structural Engineering)
ด้วยฟังก์ชันที่หลากหลายภายในโครงการเดียว บริษัท ซีด้า จำกัด ในฐานะวิศวกรโครงสร้างต้องแก้โจทย์ที่ซับซ้อน:
- Bangkok Arena (16,000 ที่นั่ง): เป็นโครงสร้างอาคารสูง 10 ชั้น ที่ต้องมีช่วงเสากว้างพิเศษ (Long-span Structure) เพื่อรองรับฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ การใช้ระบบโครงถักเหล็ก (Steel Truss) ขนาดมหึมาเพื่อรับน้ำหนักหลังคาและอุปกรณ์แสงสีเสียงมาตรฐานโลกของ AEG คือจุดเด่นทางวิศวกรรมของเฟสนี้
- Mixed-use Integration: การออกแบบโครงสร้างที่ต้องรองรับทั้งสวนสนุก (30,000 ตร.ม.) และสวนน้ำ (20,000 ตร.ม.) ไว้บนอาคารศูนย์การค้า 7 ชั้น วิศวกรต้องคำนวณเรื่อง Dynamic Load ของเครื่องเล่น และระบบกันซึม (Waterproofing) รวมถึงน้ำหนักมหาศาลจากปริมาณน้ำในสวนน้ำชั้นบน
3. งานระบบประกอบอาคารและสาธารณูปโภค (MEP & Infrastructure)
ในฐานะ “เมืองย่อย” (Mini City) ระบบ MEP ของที่นี่จึงมีสเกลที่น่าทึ่ง:
- ระบบปรับอากาศ: การทำความเย็นในพื้นที่กว่าล้านตารางเมตรต้องการระบบ District Cooling หรือ Chiller Plant ขนาดมหาศาล พร้อมระบบการจัดการอากาศเสียจากสถานีขนส่งผู้โดยสารในตัวโครงการ
- Vertical Transportation: การติดตั้งลิฟต์และบันไดเลื่อนจำนวนมากเพื่อรองรับ Flow ของคนหลักแสนต่อวัน โดยเฉพาะการระบายคนออกจากอารีน่า 16,000 คนพร้อมกันหลังจบกิจกรรม
- Advanced Safety System: ระบบป้องกันอัคคีภัยต้องเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด โดยมีระบบควบคุมควันไฟ (Smoke Control) ที่ซับซ้อนเนื่องจากมีพื้นที่โถงสูง (Atrium) และทางเชื่อมต่อระหว่างอาคารจำนวนมาก
4. สถานีขนส่งอัจฉริยะ (The Modern Transport Hub)
ไฮไลท์สำคัญคือการย้ายสถานีขนส่งสายตะวันออกมาไว้ภายในโครงการชั้น G:
- Terminal Design: การออกแบบทางเข้า-ออกรถบัสขนาดใหญ่ให้แยกส่วนกับการจราจรของศูนย์การค้าอย่างชัดเจน เพื่อลดคอขวด (Bottleneck) บริเวณแยกบางนา
- Passenger Lounge: การประยุกต์ใช้ดีไซน์โถงพักคอยแบบสนามบิน (Airport Style Terminal) ซึ่งต้องการการวางแผนงานสถาปัตยกรรมภายในและระบบสื่อสาร (Information Display) ที่แม่นยำ
5. ความท้าทายในงานสถาปัตยกรรม (Architectural Identity)
Design 103 International ต้องสร้างความสมดุลระหว่างความยิ่งใหญ่และฟังก์ชันการใช้งาน:
- Facade & Envelope: การหุ้มอาคารขนาดใหญ่เพื่อลดความรู้สึกทึบตัน (Bulkiness) และการใช้หน้ากากอาคารที่ทนทานต่อมลภาวะจากถนนสายหลัก
- Connectivity: การเชื่อมต่อกับ BTS บางนา และโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ในอนาคต ทำให้การออกแบบ Circulation รอบโครงการมีความสำคัญอย่างยิ่ง
บทสรุปเชิงวิชาชีพสำหรับผู้รับเหมาและวิศวกร
Bangkok Mall คือบทพิสูจน์ความสามารถในการบริหารโครงการ (Project Management) ของไทยภายใต้การดูแลของ โปรเจคส์เอเชีย และการก่อสร้างโดย ซิโน-ไทย (STECON) ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การสร้างอาคารให้สูงที่สุด แต่อยู่ที่การ “บริหารความซับซ้อน” (Complexity Management) ของฟังก์ชันที่ต่างกันสุดขั้วให้รวมอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ภายในกรอบเวลาที่ต้องสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในปี 2568-2572